นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy)

  1. บทนำ

          องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (ต่อไปในนโยบายนี้เรียกว่า “อ.ส.ค.” หรือ “องค์กร”) ตระหนักถึงความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลอื่นอันเกี่ยวกับท่าน (รวมเรียกว่า “ข้อมูล”) เพื่อให้ท่านสามารถเชื่อมั่นได้ว่า อ.ส.ค. มีความโปร่งใสและความรับผิดชอบในการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลของท่านตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (“กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”) รวมถึงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (“นโยบาย”) นี้จึงได้ถูกจัดทำขึ้นเพื่อชี้แจงแก่ท่านถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผย (รวมเรียกว่า “ประมวลผล”) ข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งดำเนินการโดย อ.ส.ค. รวมถึงเจ้าหน้าที่และบุคคลที่เกี่ยวข้องผู้ดำเนินการแทนหรือในนามของ อ.ส.ค. โดยมีเนื้อหาสาระดังต่อไปนี้

  • ขอบเขตการบังคับใช้นโยบาย

          นโยบายนี้ใช้บังคับกับข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลซึ่งมีความสัมพันธ์กับ อ.ส.ค. ในปัจจุบันและที่อาจมีในอนาคต ซึ่งถูกประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดย อ.ส.ค. ผู้ปฏิบัติงาน พนักงานตามสัญญา หน่วยธุรกิจหรือส่วนงานรูปแบบอื่นที่ดำเนินการโดย อ.ส.ค. และรวมถึงคู่สัญญาหรือบุคคลภายนอกที่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแทนหรือในนามของ อ.ส.ค. (“ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล”) ภายใต้ผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์ ระบบ แอปพลิเคชัน เอกสาร หรือบริการในรูปแบบอื่นที่ควบคุมดูแลโดย อ.ส.ค. (รวมเรียกว่า “บริการ”)

          บุคคลมีความสัมพันธ์กับ อ.ส.ค. ตามความในวรรคแรก รวมถึง 1) ลูกค้าบุคคลธรรมดา 2) เจ้าหน้าที่หรือผู้ปฏิบัติงาน ลูกจ้าง 3) คู่ค้าและผู้ให้บริการซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา 4) กรรมการ ผู้รับมอบอำนาจ ผู้แทน ตัวแทน ผู้ถือหุ้น ลูกจ้าง หรือบุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์ในรูปแบบเดียวกันของนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับ อ.ส.ค. 5) ผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์หรือบริการของ อ.ส.ค. 6) ผู้เข้าชมหรือใช้งานเว็บไซท์ www.dpo.go.th รวมทั้งระบบ แอปพลิเคชัน อุปกรณ์ หรือช่องทางการสื่อสารอื่นซึ่งควบคุมดูแลโดย อ.ส.ค. 7) บุคคลอื่นที่ อ.ส.ค. เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ผู้สมัครงาน ครอบครัวของผู้ปฏิบัติงาน ผู้ค้ำประกัน ผู้รับประโยชน์ในกรมธรรม์ประกันภัย เป็นต้น ข้อ 1) ถึง 6) เรียกรวมกันว่า “ท่าน”

          นอกจากนโยบายฉบับนี้แล้ว อ.ส.ค. อาจกำหนดให้มีคำประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว (“ประกาศ”) สำหรับผลิตภัณฑ์หรือบริการของ อ.ส.ค. เพื่อชี้แจงให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นผู้ใช้บริการได้ทราบถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกประมวลผล วัตถุประสงค์และเหตุผลอันชอบด้วยกฎหมายในการประมวลผล ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลพึงมีในผลิตภัณฑ์หรือบริการนั้นเป็นการเฉพาะเจาะจง

          ทั้งนี้ ในกรณีที่มีความขัดแย้งกันในสาระสำคัญระหว่างความในประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวและนโยบายนี้ ให้ถือตามความในประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของบริการนั้น

  • คำนิยาม
  • ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดา ซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
  • ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ถูกบัญญัติไว้ในมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่งได้แก่ ข้อมูลเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด
  • การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง การดำเนินการใด ๆ กับข้อมูลส่วนบุคคล เช่น เก็บรวบรวม บันทึก สำเนา จัดระเบียบ เก็บรักษา ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ใช้ กู้คืน เปิดเผย ส่งต่อ เผยแพร่ โอน รวม ลบ ทำลาย เป็นต้น
  • เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ อ.ส.ค. เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย
  • ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
  • ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการดังกล่าวไม่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
  • แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลที่ อ.ส.ค. เก็บรวบรวม

อ.ส.ค. เก็บรวบรวมหรือได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลประเภทต่าง ๆ จากแหล่งข้อมูลดังต่อไปนี้

  1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่ อ.ส.ค. เก็บรวบรวมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรงในช่องทางให้บริการต่าง ๆ เช่น ขั้นตอนการสมัคร ลงทะเบียน สมัครงาน ลงนามในสัญญา เอกสาร ทำแบบสำรวจหรือใช้งานผลิตภัณฑ์ บริการ หรือช่องทางให้บริการอื่นที่ควบคุมดูแลโดย อ.ส.ค. หรือเมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลติดต่อสื่อสารกับ อ.ส.ค. ณ ที่ทำการหรือผ่านช่องทางติดต่ออื่นที่ควบคุมดูแลโดย อ.ส.ค. เป็นต้น
  2. ข้อมูลที่ อ.ส.ค. เก็บรวบรวมจากการที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าใช้งานเว็บไซต์ ผลิตภัณฑ์หรือบริการอื่น ๆ ตามสัญญาหรือตามพันธกิจ เช่น การติดตามพฤติกรรมการใช้งานเว็บไซต์ ผลิตภัณฑ์หรือบริการของ อ.ส.ค. ด้วยการใช้คุกกี้ (Cookies) หรือจากซอฟต์แวร์บนอุปกรณ์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น
  3. ข้อมูลส่วนบุคคลที่ อ.ส.ค. เก็บรวบรวมจากแหล่งอื่นนอกจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยที่แหล่งข้อมูลดังกล่าวมีอำนาจหน้าที่ มีเหตุผลที่ชอบด้วยกฎหมายหรือได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลแล้วในการเปิดเผยข้อมูลแก่ อ.ส.ค. เช่น การเชื่อมโยงบริการดิจิทัลของหน่วยงานของรัฐในการให้บริการเพื่อประโยชน์สาธารณะแบบเบ็ดเสร็จแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเอง การรับข้อมูลส่วนบุคคลจากหน่วยงานของรัฐแห่งอื่นในฐานะที่ อ.ส.ค. มีหน้าที่ตามพันธกิจในการดำเนินการจัดให้มีศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลางเพื่อสนับสนุนการดำเนินการของหน่วยงานของรัฐในการให้บริการประชาชนผ่านระบบดิจิทัล รวมถึงจากความจำเป็นเพื่อให้บริการตามสัญญาที่อาจมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนบุคคลกับหน่วยงานคู่สัญญาได้

          นอกจากนี้ ยังหมายความรวมถึงกรณีที่ท่านเป็นผู้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลภายนอกแก่ อ.ส.ค. ดังนี้ ท่านมีหน้าที่รับผิดชอบในการแจ้งรายละเอียดตามนโยบายนี้หรือประกาศของผลิตภัณฑ์หรือบริการตามแต่กรณี ให้บุคคลดังกล่าวทราบ ตลอดจนขอความยินยอมจากบุคคลนั้นหากเป็นกรณีที่ต้องได้รับความยินยอมในการเปิดเผยข้อมูลแก่ อ.ส.ค. ทั้งนี้ ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลปฏิเสธไม่ให้ข้อมูลที่มีความจำเป็นในการให้บริการของ อ.ส.ค. อาจเป็นผลให้ อ.ส.ค. ไม่สามารถให้บริการนั้นแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวได้ทั้งหมดหรือบางส่วน

  • ฐานกฎหมายในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

อ.ส.ค. พิจารณากำหนดฐานกฎหมายในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามความเหมาะสมและตามบริบทของการให้บริการ ทั้งนี้ ฐานกฎหมายในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่ อ.ส.ค. ใช้ประกอบด้วย

  • เพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะหรือการใช้อำนาจรัฐที่ อ.ส.ค. ได้รับ: เพื่อให้ อ.ส.ค. สามารถใช้อำนาจรัฐและดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะตามพันธกิจ อ.ส.ค. ซึ่งกำหนดไว้ตามกฎหมาย
  • เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย: เพื่อให้ อ.ส.ค. สามารถปฏิบัติตามกฎหมายที่ควบคุม อ.ส.ค. เช่น พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์, พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ, กฎหมายว่าด้วยภาษีอากร ฯลฯ
  • เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย: เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของ อ.ส.ค. และของบุคคลอื่น ซึ่งประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
  • เป็นการจำเป็นเพื่อการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล: เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
  • เพื่อการปฏิบัติตามสัญญา: เพื่อให้ อ.ส.ค. สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญา หรือดำเนินการอันเป็นความจำเป็นต่อการเข้าทำสัญญาซึ่งท่านเป็นคู่สัญญากับ อ.ส.ค.
  • เพื่อการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์ วิจัยหรือสถิติที่สำคัญ: เพื่อให้ อ.ส.ค. สามารถจัดทำหรือสนับสนุนการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์ วิจัยหรือสถิติตามที่ อ.ส.ค. อาจได้รับมอบหมาย
  • ความยินยอมของท่าน: เพื่อการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่ อ.ส.ค. จำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากท่าน โดยได้มีการแจ้งวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลก่อนการขอความยินยอมแล้ว

          ในกรณีที่ อ.ส.ค. มีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อการปฏิบัติตามสัญญา การปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายหรือเพื่อความจำเป็นในการเข้าทำสัญญา หากท่านปฏิเสธไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลหรือคัดค้านการดำเนินการประมวลผลตามวัตถุประสงค์ของกิจกรรม อาจมีผลทำให้ อ.ส.ค. ไม่สามารถดำเนินการหรือให้บริการตามที่ท่านร้องขอได้ทั้งหมดหรือบางส่วน

  • ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่ อ.ส.ค. เก็บรวบรวม

          อ.ส.ค. อาจเก็บรวบรวมหรือได้มาซึ่งข้อมูลดังต่อไปนี้ ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับบริการที่ท่านใช้หรือบริบทความสัมพันธ์ที่ท่านมีกับ อ.ส.ค. รวมถึงข้อพิจารณาอื่นที่มีผลกับการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

  • ข้อมูลเฉพาะตัวบุคคล: ชื่อ นามสกุล เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน สัญชาติ เลขที่หนังสือเดินทาง ฯลฯ
  • ข้อมูลเกี่ยวกับคุณลักษณะของบุคคล: วันเดือนปีเกิด เพศ ส่วนสูง น้ำหนัก สถานภาพการสมรส ฯลฯ
  • ข้อมูลสำหรับการติดต่อ: หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล์ ที่อยู่ ชื่อผู้ใช้งานในสังคมออนไลน์ ฯลฯ
  • ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานและการศึกษา: รายละเอียดการจ้างงาน ประวัติการทำงาน ประวัติการศึกษา วุฒิการศึกษา ฯลฯ
  • ข้อมูลเกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันภัย: รายละเอียดเกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันภัยผู้ปฏิบัติงาน
  • ข้อมูลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางสังคม: สถานภาพทางการเมือง ข้อมูลการเป็นผู้มีส่วนได้เสีย ฯลฯ
  • ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้บริการของ อ.ส.ค.: ชื่อบัญชีผู้ใช้งาน รหัสผ่าน ข้อมูลพฤติกรรมการใช้งาน ข้อมูลการจราจรทางคอมพิวเตอร์ ฯลฯ
  • ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความละเอียดอ่อน: เชื้อชาติ ศาสนา ความเห็นทางการเมือง ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ฯลฯ
  • คุกกี้

          อ.ส.ค. เก็บรวบรวมและใช้คุกกี้รวมถึงเทคโนโลยีอื่นในลักษณะเดียวกันในเว็บไซต์ที่อยู่ภายใต้ความดูแลของ อ.ส.ค. เช่น www.dpo.go.th หรือบนอุปกรณ์ของท่านตามแต่บริการที่ท่านใช้งาน ทั้งนี้ เพื่อการดำเนินการด้านความปลอดภัยในการให้บริการของ อ.ส.ค. และเพื่อให้ท่านซึ่งเป็นผู้ใช้งานได้รับความสะดวกและประสบการณ์ที่ดี โดยแบ่งประเภทคุกกี้ออกเป็น คุกกี้ที่จำเป็น (Necessary Cookies) คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์ (Analytics Cookies) และคุกกี้เพื่อการตลาด (Marketing Cookies) ทั้งนี้ ท่านมีสิทธิที่จะปรับเปลี่ยนการตั้งค่าหรือถอนความยินยอมผ่านระบบแบนเนอร์ขอความยินยอม (Cookie Consent Banner) บนเว็บไซต์ได้ตลอดเวลา และข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปเพื่อปรับปรุงเว็บไซต์ของ อ.ส.ค. ให้ตรงกับความต้องการของท่านมากยิ่งขึ้น

  • ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถและคนเสมือนไร้ความสามารถ

          กรณีที่ อ.ส.ค. ทราบว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมในการเก็บรวบรวม เป็นของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ อ.ส.ค. จะไม่ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลนั้นจนกว่าจะได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ หรือผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์ตามแต่กรณี ทั้งนี้ เป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด กรณีที่ อ.ส.ค. ไม่ทราบมาก่อนว่าเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ และมาพบในภายหลังว่า อ.ส.ค. ได้เก็บรวบรวมข้อมูลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวโดยยังมิได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ หรือผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์ตามแต่กรณี ดังนี้ อ.ส.ค. จะดำเนินการลบทำลายข้อมูลส่วนบุคคลนั้นโดยเร็วหาก อ.ส.ค. ไม่มีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายประการอื่นนอกเหนือจากความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว

  • วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

          อ.ส.ค. ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์หลายประการ ซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทของผลิตภัณฑ์หรือบริการหรือกิจกรรมที่ท่านใช้บริการ ตลอดจนลักษณะความสัมพันธ์ของท่านกับ อ.ส.ค. เช่น เพื่อดำเนินการตามที่จำเป็นในการดำเนินประโยชน์สาธารณะที่ อ.ส.ค. ได้รับมอบหมาย , เพื่อให้บริการและบริหารจัดการบริการของ อ.ส.ค. , ควบคุมดูแล ตรวจสอบ วิเคราะห์ข้อมูล , ยืนยันตัวตน , ป้องกันและตรวจจับการฉ้อโกง , ประเมินความเสี่ยง , และดำเนินการตามหน้าที่ทางกฎหมายหรือคำสั่งที่มีผลบังคับใช้ เป็นต้น

  1. ประเภทบุคคลที่ อ.ส.ค. เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

          ภายใต้วัตถุประสงค์ที่ระบุข้างต้น อ.ส.ค. อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่:

  • หน่วยงานของรัฐหรือผู้มีอำนาจที่ อ.ส.ค. ต้องเปิดเผยข้อมูล
  • คณะกรรมการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามกฎหมายของ อ.ส.ค.
  • คู่สัญญาซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับสวัสดิการของผู้ปฏิบัติงานของ อ.ส.ค.
  • พันธมิตรทางธุรกิจ ผู้ให้บริการ (เช่น ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม, ผู้ให้บริการคลาวด์, สถาบันการเงิน เป็นต้น)
  • ผู้รับข้อมูลประเภทอื่น เช่น มูลนิธิ วัด โรงพยาบาล หรือการเปิดเผยต่อสาธารณะในกรณีที่จำเป็น
  • การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ

          ในบางกรณี อ.ส.ค. อาจจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ในการให้บริการแก่ท่าน เช่น เพื่อส่งข้อมูลส่วนบุคคลไปยังระบบคลาวด์ (Cloud) ที่มีแพลตฟอร์มหรือเครื่องแม่ข่าย (Server) อยู่ต่างประเทศ (เช่น ประเทศสิงคโปร์ หรือสหรัฐอเมริกา เป็นต้น) เพื่อสนับสนุนระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ตั้งอยู่นอกประเทศไทย ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับบริการของ อ.ส.ค. ที่ท่านใช้งานหรือมีส่วนเกี่ยวข้องเป็นรายกิจกรรม  เมื่อ อ.ส.ค. มีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังประเทศปลายทาง อ.ส.ค. จะดำเนินการเพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่ส่งหรือโอนไปมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเพียงพอตามมาตรฐานสากลและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด เช่น การใช้ข้อสัญญามาตรฐาน (Standard Contractual Clauses – SCCs) หรือใช้นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลภายในเครือกิจการเดียวกัน (Binding Corporate Rules – BCRs) หรือดำเนินการตามเงื่อนไขเพื่อให้สามารถส่งหรือโอนข้อมูลนั้นได้ตามกฎหมาย

  1. ระยะเวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

          อ.ส.ค. จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ในระยะเวลาเท่าที่ข้อมูลนั้นยังมีความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเท่านั้น ตามรายละเอียดที่ได้กำหนดไว้ในนโยบาย ประกาศหรือตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง  ทั้งนี้ ระยะเวลาจัดเก็บสูงสุดจะเป็นไปตามที่กฎหมายอื่นกำหนด เช่น 5 ปี หรือ 10 ปี ตามกฎหมายบัญชี ภาษีอากร หรืออายุความทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เมื่อพ้นระยะเวลาและข้อมูลส่วนบุคคลของท่านสิ้นความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวแล้ว อ.ส.ค. จะทำการลบ ทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่สามารถระบุตัวตนได้ต่อไป ตามรูปแบบและมาตรฐานการลบทำลายข้อมูลส่วนบุคคลที่คณะกรรมการหรือกฎหมายจะได้ประกาศกำหนดหรือตามมาตรฐานสากล อย่างไรก็ดี ในกรณีที่มีข้อพิพาท การใช้สิทธิหรือคดีความอันเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน อ.ส.ค. ขอสงวนสิทธิในการเก็บรักษาข้อมูลนั้นต่อไปจนกว่าข้อพิพาทนั้นจะได้มีคำสั่งหรือคำพิพากษาถึงที่สุด

  1. การให้บริการโดยบุคคลที่สามหรือผู้ให้บริการช่วง

          อ.ส.ค. อาจมีการมอบหมายหรือจัดซื้อจัดจ้างบุคคลที่สาม (ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล) ให้ทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแทนหรือในนามของ อ.ส.ค. อ.ส.ค. จะจัดให้มีข้อตกลงระบุสิทธิและหน้าที่ของ อ.ส.ค. ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและของบุคคลที่ อ.ส.ค. มอบหมายในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งรวมถึงกำหนดรายละเอียดประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่ประมวลผลและข้อตกลงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

  1. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

          อ.ส.ค. มีมาตรการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล โดยการจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลให้สามารถเข้าถึงได้โดยเจ้าหน้าที่เฉพาะรายหรือบุคคลที่มีอำนาจหน้าที่หรือได้รับมอบหมายที่มีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลดังกล่าวตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไว้แล้วเท่านั้น โดย อ.ส.ค. มีมาตรการรักษาความปลอดภัยข้อมูลทั้งในเชิงองค์กรหรือเชิงเทคนิกที่ได้มาตรฐานสากล

  1. การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบอัตโนมัติมาใช้ประมวลผลข้อมูล

            ในกรณีที่ อ.ส.ค. มีการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) หรือระบบอัตโนมัติ มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อปรับปรุงบริการหรือการตลาด อ.ส.ค. จะดำเนินการตามมาตรการดังต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด

  • ดำเนินการทำข้อมูลให้เป็นนิรนาม (Anonymization) หรือกระบวนการแฝงข้อมูล (Pseudonymization) ก่อนนำข้อมูลไปใช้เป็นชุดข้อมูลสำหรับฝึกฝน (Training Data) ให้กับระบบ AI เพื่อลดความเสี่ยงในการระบุตัวตน
  • ประเมินความเสี่ยงและผลกระทบ (Data Protection Impact Assessment: DPIA) ก่อนเริ่มใช้งานระบบ
  • หลีกเลี่ยงการใช้ระบบอัตโนมัติในการตัดสินใจ (Automated Decision-Making) ที่อาจส่งผลกระทบทางกฎหมาย หรือผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยปราศจากการกำกับดูแลหรือการตรวจสอบโดยมนุษย์ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง หรือเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
  • การเชื่อมต่อเว็บไซท์หรือบริการภายนอก

          บริการของ อ.ส.ค. อาจมีการเชื่อมต่อไปยังเว็บไซท์หรือบริการของบุคคลที่สาม อ.ส.ค. ขอแนะนำให้ท่านศึกษานโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเว็บไซท์หรือบริการนั้น ๆ เพื่อทราบในรายละเอียดก่อนการเข้าใช้งาน

  1. เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

          อ.ส.ค. ได้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบ กำกับและให้คำแนะนำในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการประสานงานและให้ความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

  1. สิทธิของท่านตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

          พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ได้กำหนดสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไว้หลายประการ ทั้งนี้ สิทธิดังกล่าวจะเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อกฎหมายในส่วนของสิทธินี้มีผลใช้บังคับ โดย อ.ส.ค. กำหนดให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ต้องดำเนินการตรวจสอบและตอบกลับคำร้องขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยเร็วที่สุด และต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำร้องขอพร้อมเอกสารประกอบที่ครบถ้วนและสมบูรณ์ โดยรายละเอียดของสิทธิต่าง ๆ ประกอบด้วย

  1. สิทธิในการขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
  2. สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง สมบูรณ์และเป็นปัจจุบัน
  3. สิทธิในการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล
  4. สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
  5. สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
  6. สิทธิในการขอถอนความยินยอม
  7. สิทธิในการขอรับ ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล
  8. โทษของการไม่ปฏิบัติตามนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

          การไม่ปฏิบัติตามนโยบายอาจมีผลเป็นความผิดและถูกลงโทษทางวินัยตามกฎเกณฑ์ของ อ.ส.ค. (สำหรับเจ้าหน้าที่หรือผู้ปฏิบัติงานของ อ.ส.ค.) หรือตามข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (สำหรับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล) ทั้งนี้ ตามแต่กรณีและความสัมพันธ์ที่ท่านมีต่อ อ.ส.ค.

  • การร้องเรียนต่อหน่วยงานผู้มีอำนาจกำกับดูแล

          ในกรณีที่ท่านพบว่า อ.ส.ค. มิได้ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิร้องเรียนไปยังคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือหน่วยงานที่มีอำนาจกำกับดูแลที่ได้รับการแต่งตั้งโดยคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือตามกฎหมาย

  • การปรับปรุงแก้ไขนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

          อ.ส.ค. อาจพิจารณาปรับปรุง แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้ตามที่เห็นสมควร และจะทำการแจ้งให้ท่านทราบผ่านช่องทางเว็บไซต์ www.dpo.go.th โดยมีวันที่มีผลบังคับใช้ของแต่ละฉบับแก้ไขกำกับอยู่

  • การติดต่อสอบถามหรือใช้สิทธิ

          หากท่านมีข้อสงสัย ข้อเสนอแนะหรือข้อกังวลเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของ อ.ส.ค. หรือเกี่ยวกับนโยบายนี้ หรือท่านต้องการใช้สิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 0-3690-9688 หรือ E-Mail : dpo@dpo.go.th หรือ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย เลขที่ 160 ถ.มิตรภาพ ต.มิตรภาพ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี 18180